ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน
Kresearch 'บุรินทร์ อดุลวัฒนะ' 'AI กับ Geopolitics'เปลี่ยนรูปแบบเป็นสงคราม AI สร้างความได้เปรียบทางด้านต้นทุน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย (KResearch) เผยแพร่บทวิเคราะห์ในหัวข้อพิเศษ 'AI กับ Geopolitics'จากรูปแบบของสงครามในยุคปัจจุบันได้เปลี่ยนผ่านจากสงครามแบบดั้งเดิมที่ใชักำลังทหารและอาวุธหนัก ไปสู่'สงคราม AI'อย่างเต็มตัว มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดระหว่างเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์กับสถานการณ์การเมืองและความมั่นคงในระดับโลก
นายบุรินทร์ อดุลวัฒนะ กรรมการผู้จัดการ และ Chief Economist ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เล่าว่า ความเปลี่ยนแปลงนี้เห็นได้ชัดจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ซึ่งถูกจัดให้เป็น'สงคราม AI ครั้งแรกของโลก' โดยยูเครนได้รับการสนับสนุนข้อมูลอัจฉริยะ (Data Intelligence) จากสหรัฐอเมริกา และหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีที่มีต้นทุนต่ำแต่มีประสิทธิภาพสูงอย่างโดรนโจมตี ซึ่งสร้างความได้เปรียบทางด้านต้นทุน (The Cost Curve) เหนืออาวุธสกัดกั้นของชาติตะวันตกที่มีราคาสูงกว่าถึง 100 เท่า
นอกจากนี้ โดรนในยุคใหม่ยังถือเป็น AI ทางกายภาพ (Physical AI) ที่ติดตั้งระบบสมองกลควบคุมตัวเองได้ (Autonomous AI) สามารถประมวลผลและค้นหาเป้าหมายได้แบบเรียลไทม์ ทำให้สามารถปฏิบัติการโจมตีเป็นฝูงบินได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องพึ่งพาการควบคุมผ่านสัญญาณดาวเทียมแบบในอดีต ซึ่งเบื้องหลังความอัจฉริยะเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัย Data Center ในการรวบรวมและประมวลผลข้อมูลระดับ
จากการที่โครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ถูกใช้งานในลักษณะทวิภาค (Dual-Use) คือเป็นประโยชน์ทั้งในภาคพลเรือนและการทหาร ประกอบกับการที่หน่วยงานภาครัฐพัฒนาเทคโนโลยีไม่ทันภาคเอกชนจนต้องพึ่งพาบริษัท Big Tech ส่งผลให้ Data Center ตกเป็นเป้าหมายสำคัญในการโจมตีทางยุทธศาสตร์เพื่อความมั่นคง โดยเฉพาะในพื้นที่ความขัดแย้งอย่างภูมิภาคตะวันออกกลาง
สถานการณ์ความมั่นคงที่ตึงเครียดขึ้นนี้ ทำให้ยุคแห่งความสงบสุขที่เน้นเฉพาะการแข่งขันทางเศรษฐกิจตลอด 30 ปีที่ผ่านมาสิ้นสุดลง รัฐบาลในหลายประเทศเริ่มหันมาสะสมอาวุธ และเร่งเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม โดยภาครัฐกลายเป็นผู้เล่นที่พร้อมทุ่มเงินมหาสาล (Price Insensitive) เพื่อแย่งชิงทรัพยากรและเทคโนโลยี AI แข่งกับภาคเอกชนตามนโยบายต่างประเทศที่เน้นการพึ่งพาตนเอง
ความต้องการพัฒนา AI ที่ไม่มีขีดจำกัดนำไปสู่ 'ศึกแย่งชิงทรัพยากรโลก' ตั้งแต่บุคลากรผู้เชี่ยวชาญ ชิป แร่ธาตุสำคัญอย่างทองแดง ไปจนถึงฐานรากที่สำคัญที่สุดคือ'พลังงานไฟฟ้า'เนื่องจาก AI ต้องใช้พลังงานในการประมวลผลสูงกว่าระบบค้นหาดั้งเดิมมาก ความต้องการพลังงานมหาศาลนี้ส่งผลให้ประเทศที่ร่ำรวยทรัพยากรกลายเป็นเป้าหมายทางภูมิรัฐศาสตร์ และผลักดันให้เกิดแนวคิดการส่ง Data Center ไปยังอวกาศเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนทรัพยากรบนโลก
สำหรับ ประเทศไทย สงคราม AI และการแย่งชิงทรัพยากรทั่วโลกนี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาวะเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยที่จะคงอยู่ในระดับสูงต่อไป อีกทั้ง ในด้านการเมืองและสังคม รัฐบาลอาจต้องเผชิญกับภาระหนี้สินที่สูงขึ้นจากการดำเนินนโยบายประชานิยม เพื่อเยียวยาและช่วยเหลือประชาชนที่อาจต้องตกงานหรือได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพและเทคโนโลยี AI ที่เข้ามาทดแทนแรงงาน
สงวนลิขสิทธิ์ © 2557 บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด